You are currently viewing INCOTERMS : ข้อกำหนดในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศแบบเข้าใจง่าย ๆ

INCOTERMS : ข้อกำหนดในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศแบบเข้าใจง่าย ๆ

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Incoterms คือคำย่อที่ใช้เรียก มาจากคำเต็ม ๆ คือ International Commercial Terms หรือข้อกำหนดในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยถือเป็นข้อกำหนดแห่งกฎหมายที่มีผลบังคับใช้กับใบกำกับสินค้า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของแนวโน้มการตีความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า

Incoterms ได้ถูกคิดค้นขึ้นและนำมาใช้ครั้งแรกในปีพ. ศ. 2479 โดยหอการค้านานาชาติ หรือ International chamber of Commerce (ICC)

เหตุใด INCOTERMS ถึงมีความสำคัญ?

การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศอาจใช้เวลาหลายวันหรือสัปดาห์ก่อนสินค้าถึงจุดหมายปลายทาง แม้ว่าการขนส่งระหว่างประเทศจะทันสมัยและปลอดภัยกว่าเมื่อก่อน แต่ยังมีโอกาสที่สินค้าจำนวนมากไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางหรือถึงในลักษณะที่สินค้าได้รับความเสียหาย

เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรรู้ว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย (Seller) หรือผู้ซื้อ (Buyer) INCOTERMS จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นวิธีที่ใช้กำหนดความรับผิดชอบ ภาระหน้าที่ และข้อผูกพันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการขนส่งสินค้า

สามารถแบ่งความรับผิดชอบและภาระผูกพันเป็นประเภทได้ดังนี้

  1. Point of delivery
  2. Transportation Costs
  3. Export and import formalities
  4. Insurance costs

INCOTERMS ในปัจจุบันประกอบไปด้วย 11 ข้อตกลงที่ควรรู้ดังนี้

EXW – Ex Works (… the named place)

ผู้ขาย เตรียมสินค้าไว้พร้อมสำหรับส่งมอบให้ผู้ซื้อ

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการขนส่งสินค้าจากต้นทางรวมถึงทำพิธีการขาออก + ค่าเฟรท– จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Buyer

FCA  – Free Carrier (… the named point of departure)

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออกเอง

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบตั้งแต่นำรถไปรับสินค้าจากผู้ขาย + ค่าเฟรท- จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Seller (ถึงแค่ที่ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ), Buyer (จากที่รับสินค้า ถึงโรงงานผู้ซื้อ)

FAS  – Free Alongside Ship (… the named port of origin)

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก จัดส่งไปยังท่าเรือต้นทาง

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบค่าภาระของท่าเรือต้นทาง (OTHC,B/L,SEAL, etc..) + ค่าเฟรท – จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางถึงท่าเรือต้นทาง) ,Buyer (จากท่าเรือต้นทางถึงโรงงานผู้ซื้อ)

FOB – Free On Board (… the named port of origin)

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก จัดส่งเข้าไปในท่าเรือและโหลดขึ้นเรือ (จ่ายค่าภาระของท่าเรือต้นทาง OTHC,B/L,SEAL, etc..)

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบค่าเฟรท – จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโหลดตู้ขึ้นเรือ) ,Buyer (หลังจากโหลดตู้ขึ้นบนเรือถึงโรงงานผู้ซื้อ)

CFR – Cost and Freight (… the named port of destination)

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก + ค่าเฟรท + รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือต้นทางจนถึงยกตู้ขึ้นเรือ

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบตั้งแต่เรือถึงปลายทางและตู้ยกลง – จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโหลดตู้ขึ้นเรือ) ,Buyer (หลังจากโหลดตู้ขึ้นบนเรือถึงโรงงานผู้ซื้อ)

CIF – Cost, Insurance & Freight (… the named port of destination)

**เหมือนกับ CFR ต่างกันตรง Insurance ผู้ขายต้องรับผิดชอบจนถึงโรงงานผู้ซื้อ**

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก + ค่าเฟรทรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือต้นทางจนถึงยกตู้ขึ้นเรือ

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบตั้งแต่เรือถึงปลายทางและตู้ยกลง – จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทาง ถึงท่าเรือปลายทาง)

CPT – Carriage Paid To (… the named place of destination)

**เหมือนกับ CFR ที่ใช้สำหรับการขนส่งทางเรือ แต่ CPT ใช้ในการขนส่งในรูปแบบอื่นๆทุกรูปแบบ เช่นทางแอร์**

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก + ค่าเฟรท + รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น ณ.สถานที่ส่งมอบของ

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบตั้งแต่พาหนะถึงปลายทางและของถูกยกลง – จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโหลดของขึ้นพาหนะ) ,Buyer (หลังจากโหลดของขึ้นพาหนะถึงโรงงานผู้ซื้อ)

CIP – Carriage and Insurance Paid To (… the named place of destination)

**เหมือนกับ CIF ที่ใช้สำหรับการขนส่งทางเรือ แต่ CIP ใช้ในการขนส่งในรูปแบบอื่นๆทุกรูปแบบ เช่นทางแอร์**

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก + ค่าเฟรท+รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น ณ.สถานที่ส่งมอบของ

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบตั้งแต่พาหนะถึงปลายทางและของถูกยกลง – จนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทาง ถึงท่าปลายทาง)

DAT – Delivered At Terminal (…Delivered At Terminal) 

เป็นเทอมใหม่ แทน DEQ (Delivered Ex Quay) จากข้อมูลเบื้องต้น เทอม DAT สามารถใช้กับการขนส่งแบบใดก็ได้รวมทั้งใช้ได้กับการขนส่งที่ต้องใช้ทั้งสองโหมด สำหรับการส่งมอบสินค้านั้น ถือว่าผู้ขายได้ส่งมอบสินค้า เมื่อมีการขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะที่บรรทุก ไปไว้ยังที่ที่ผู้ซื้อจัดไว้ ณ อาคารขนถ่ายสินค้า ในท่าเรือหรือปลายทางตามที่ระบุไว้

DAP – Delivered At Place (… Delivered At Place) 

แทน DAF (Delivered At Frontier), DES (Delivery Ex Ship), DEQ (Delivered Ex Quay) และ DDU (Delivered Duty Unpaid)

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก + ค่าเฟรทรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือต้นทาง + ปลายทาง และจัดการขนส่งถึงประตูโรงงานผู้ซื้อ

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบเรื่องค่าภาษีนำเข้า

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโรงงานผู้ซื้อ)

DDP – Delivered Duty Paid (Door to Door) (… the named point of destination)

**เหมือน DAP ต่างตรงที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าภาษีนำเข้าให้ผู้ซื้อด้วย**

ผู้ขาย เตรียมสินค้าและดำเนินพิธีการขาออก + ค่าเฟรทรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือต้นทาง + ปลายทาง และจัดการขนส่งถึงประตูโรงงานผู้ซื้อ

ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบเรื่องค่าภาษีนำเข้า

Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโรงงานผู้ซื้อ)

ผู้นำเข้าหรือส่งออกควรทำความเข้าใจ INCOTERMS หรือข้อกำหนดในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ไว้ให้ถูกต้อง เพราะต้องวางแผนเรื่องความเสี่ยงและภาระการดำเนินการขนส่ง เพื่อให้การนำเข้าส่งออกเป็นไปได้อย่างราบรื่นปราศจากปัญหาตามมา

สอบถามข้อมูลด้านการส่งออก-นำเข้าเพิ่มเติมได้ที่
Tel : +66 2 249 0280-5
Website : http://www.march.co.th
Facebook : https://www.facebook.com/marchlogistics
E-Mail : sales@march.co.th

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Leave a Reply